การกลับมาของทวีป Nevareth ในเกม Cabal Red ถือเป็นการพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ของแฟรนไชส์เกมระดับตำนานอย่างสิ้นเชิง โดยในเวอร์ชันนี้ ตัวเกมได้ถูกปรับโครงสร้างให้กลายเป็นเกมแนว MMORPG สไตล์ “เกาหลีพิมพ์นิยม” (Korean MMO Style) อย่างเต็มรูปแบบ รองรับการเล่นแบบ Cross-platform ทั้งบน PC และสมาร์ตโฟน สิ่งหนึ่งที่ผู้เล่นทุกคนสัมผัสได้จากช่วง Closed Beta Test (CBT) คือเลเวลของตัวละครขึ้นค่อนข้างช้าและเก็บยากมาก หากไม่มีการวางแผนที่ดีหรือมัวแต่วิ่งตีมอนแบบไร้จุดหมาย การไต่ขึ้นสู่อันดับท็อปของเซิร์ฟเวอร์ก็แทบเป็นไปไม่ได้
นั่นทำให้การเก็บเลเวลใน Cabal Red ไม่ใช่แค่การไล่ตีมอนไปเรื่อย ๆ แต่ต้องเข้าใจว่าแผนที่ไหนให้ค่า EXP คุ้มที่สุดในแต่ละช่วงเลเวล ควรโฟกัสเควสสายหลักตอนไหน และจังหวะใดควรสลับไปปล่อยออโต้ฟาร์มเพื่อไม่ให้เสียเวลาเปล่า
บทความนี้รวบรวมแผนที่ฟาร์มแนะนำ พร้อมทริคดันเลเวลให้ไวขึ้นแบบที่สายฮาร์ดคอร์ใช้จริง เพื่อให้คุณเก็บเลเวลได้ลื่นไม่สะดุดตั้งแต่เริ่มต้นจนไต่ขึ้นอันดับเซิร์ฟเวอร์
Table of Contents
ลืมการฟาร์มแบบเดิมๆ ไปได้เลย “เควสหลัก (Main Quest)” คือหัวใจของการอัปเลเวล
สำหรับแฟนเกม Cabal Online ในยุคดั้งเดิม (PC) การเก็บเลเวลมักจะผูกติดอยู่กับการลงดันเจี้ยนซ้ำๆ หรือการลากมอนสเตอร์มาทำคอมโบหมู่ แต่ในเกม Cabal Red กฎข้อแรกของการเก็บเลเวลให้ไวที่สุดในช่วงเริ่มต้นเกมคือ “การเดินเควสหลัก (Main Quest)”
ตัวเกมถูกออกแบบมาให้เป็นระบบอัตโนมัติ (Auto Play) ที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้เล่นอย่างเต็มที่ เมื่อคุณกดรับเควส ตัวละครจะวิ่งไปยังจุดหมาย โจมตีมอนสเตอร์ และคุยกับ NPC เพื่อส่งเควสต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ให้เองโดยอัตโนมัติ (เช่น เควสชุด 1/11 ก็จะทำต่อเนื่องยาวๆ ไปจนจบชุด)
การทำเควสหลักไม่เพียงแต่มอบค่าประสบการณ์ (EXP) จำนวนมหาศาลที่ทำให้เลเวลอัปอย่างรวดเร็วในช่วงแรก แต่ยังเป็นเงื่อนไขสำคัญในการปลดล็อกระบบต่างๆ ของเกม เช่น การเลื่อนยศ (Rank Up) จาก Beginner ไปสู่ยศระดับสูงขึ้น ซึ่งจะช่วยปลดล็อก “ระบบคอมโบ (Combo)” และระบบ “แปลงร่าง (Battle Mode)” ที่ทำให้ตัวละครของคุณฟาร์มมอนสเตอร์ได้ไวขึ้นอีกหลายเท่าตัว
ลำดับแผนที่ (Maps) และเส้นทางการผจญภัยในช่วงต้นเกม

เมื่อคุณทำเควสหลักไปเรื่อยๆ ตัวเกมจะนำทางคุณไปตามแผนที่ต่างๆ ตามระดับเลเวลโดยอัตโนมัติ สำหรับผู้เล่นรุ่นเก๋า คุณจะได้พบกับเมืองที่คุ้นเคย แต่ถูกปรับโฉมใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย จากข้อมูลช่วงทดสอบ แผนที่หลักที่คุณจะต้องไปเยือนเพื่อทำเควสและปล่อยบอทฟาร์ม มีดังนี้:
Bloody Ice (บัดดี้ ไอซ์): เมืองเริ่มต้นแห่งหิมะและน้ำแข็ง ในภาคนี้ Bloody Ice จะดูเหมือนเป็นเพียงแคมป์ค่ายทหารเล็กๆ ไม่ได้เป็นเมืองใหญ่โตเหมือนภาคแรกแต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่คุณต้องใช้เวลาฟาร์มมอนสเตอร์เพื่อเก็บสะสมไอเทมลงสมุด Collection และเก็บเลเวลในช่วงแรก
ป่า Crimson (คริมสัน): สำหรับคนที่ตามหาแผนที่ป่าอย่าง Green Despair ในเวอร์ชันนี้ตัวเกมได้ใช้ชื่อแผนที่ป่าว่า “Crimson” แทนซึ่งเป็นแผนที่ระดับถัดมาที่คุณต้องเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งขึ้น (ไม่มีแผนที่ชื่อ Green Despair ให้เห็นในช่วงทดสอบนี้)
Ruina City (ลูอิน่า ซิตี้): แผนที่ระดับกลางที่คุณจะต้องเดินทางมาทำเควสและหาจุดฟาร์มมอนสเตอร์ในพื้นที่นี้จะมีระดับเลเวลที่สูงขึ้น และต้องการพลังต่อสู้ (CP) ที่สูงขึ้นตามไปด้วย
ทริคการเลือกจุดฟาร์ม: เนื่องจากเกมนี้การโจมตีปกติและสกิลสามารถทำดาเมจแบบ “หมู่” (AoE) ได้การเลือกจุดฟาร์มมอนสเตอร์ ควรเลือกจุดที่มี “มอนสเตอร์เกิดกระจุกตัวอยู่รวมกันเยอะๆ” (Mob clustering) จะทำให้การปล่อยบอทออโต้เคลียร์มอนสเตอร์ได้ไว และรับ EXP ได้คุ้มค่าเวลามากที่สุด
การลงดันเจี้ยน (Dungeon) ขุมทรัพย์ EXP และไอเทมคราฟต์
เมื่อถึงจุดหนึ่งที่คุณทำเควสหลักจนเลเวลตัน หรือสู้มอนสเตอร์ในเควสไม่ไหวเพราะค่า CP ไม่ถึง คอนเทนต์ถัดมาที่จะช่วยดันเลเวลและหาของอัปเกรดตัวละครคือ ระบบดันเจี้ยน (Dungeons) แม้ใน Cabal Red จะไม่มีการใช้ “บัตรเข้าดันเจี้ยน” (Map Part / Epaulet) แบบภาคเก่าเพื่อลงดันเจี้ยนเดิมๆ วนไปซ้ำๆ แต่ตัวเกมได้แบ่งดันเจี้ยนออกเป็นโหมดจำกัดจำนวนครั้งรายวัน เพื่อให้ผู้เล่นเข้าไปกอบโกย EXP และทรัพยากรแทน
ดันเจี้ยนเดี่ยว (Solo Dungeon): สามารถลงได้วันละ 10 ครั้ง เป็นแหล่งฟาร์มชั้นดีสำหรับการหา “หินตีบวก” (Upgrade Cores) และทรัพยากรต่างๆ เพื่อนำมาอัปเกรดชุดและอาวุธให้ตัวละครเก่งขึ้น
ดันเจี้ยนปาร์ตี้ (Party Dungeon): สามารถเข้าได้สูงสุดปาร์ตี้ละ 4 คน จำกัดการลงวันละ 5 ครั้ง
ดันเจี้ยนที่เป็นที่รู้จักได้แก่ Lake in Dusk และ Ruina Station (ดันเจี้ยนวัว)การลงดันเจี้ยนเป็นปาร์ตี้จะช่วยให้เคลียร์มอนสเตอร์ระดับบอสได้ไวขึ้น และได้รับ EXP รวมถึงไอเทมวัตถุดิบ (Material) ในการคราฟต์อุปกรณ์ที่ดีกว่าการฟาร์มข้างนอก
ดันเจี้ยนทอง (Abyss/เซฟโซน): เป็นดันเจี้ยนที่ออกแบบมาเพื่อการปล่อยบอทฟาร์มหาเงิน (Alz) และฟาร์ม EXP โดยเฉพาะ ข้อดีคือพื้นที่นี้เป็น “เซฟโซน (Safe Zone)” ที่ผู้เล่นอื่นไม่สามารถเข้ามาเปิดหัวแดง (PK) ฆ่าคุณได้ ทำให้คุณสามารถปล่อยบอทได้อย่างสบายใจ
ตัวช่วยสุดโกงระบบ “สัตว์เลี้ยง (Pet)” บูสต์ EXP มหาศาล!
หากถามว่าอะไรคือปัจจัยที่สร้าง “ความแตกต่าง” ของระดับเลเวลระหว่างผู้เล่นสายฟรีและผู้เล่นสายเปย์ (สุลต่าน) ในเกม Cabal Red คำตอบไม่ได้อยู่ที่อาวุธตีบวกสูงๆ แต่มันคือระบบ “กาชาปองสัตว์เลี้ยง (Pet Summon)”ใน Cabal Red สัตว์เลี้ยงไม่ได้มีไว้แค่เดินตามเพื่อความน่ารัก แต่สัตว์เลี้ยงแต่ละระดับ (Grade) จะมอบบัฟสถานะแฝงที่ทรงพลังมาก โดยเฉพาะค่า “Hunting EXP Rate” (อัตราการได้รับค่าประสบการณ์จากการล่า) ซึ่งมีรายละเอียดตามระดับความหายาก
ระดับ Normal (สีขาว) และ Uncommon (สีเขียว): จะเพิ่ม EXP ให้อยู่ที่ราวๆ 10% – 19%
ระดับ Rare (สีฟ้า): หากคุณสุ่มได้สัตว์เลี้ยงระดับสีฟ้า ค่าประสบการณ์ที่ได้รับจากการตีมอนสเตอร์จะพุ่งขึ้นไปถึงประมาณ 30 กว่าเปอร์เซ็นต์!
ระดับ Epic (สีม่วง): สัตว์เลี้ยงระดับสูงอย่างมังกรขาวหรือสัตว์เลี้ยงแฟนตาซีต่างๆ จะมอบบัฟ EXP เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว โดยจะบวกโบนัส EXP ให้สูงถึง 70%
ระดับ Legendary (สีทอง): นี่คือจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร! สัตว์เลี้ยงระดับตำนาน (เช่น Black Dragon/มังกรลาวา) จะมอบโบนัสค่าประสบการณ์ทะลุ 100 กว่าเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป
หากคุณและเพื่อนฟาร์มมอนสเตอร์ในแผนที่เดียวกัน เป็นเวลา 10 ชั่วโมงเท่ากัน แต่เพื่อนของคุณมีสัตว์เลี้ยงระดับ Epic (สีม่วง) เลเวลของเพื่อนจะทิ้งห่างคุณไปอย่างไม่เห็นฝุ่น ดังนั้น หากคุณต้องการเลเวลอัปไว การนำ Force Gem (เพชรม่วง) ไปสุ่มกาชาหา “สัตว์เลี้ยงระดับสีฟ้าขึ้นไป” มาใช้งาน ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและเร่งด่วนที่สุดในเกมนี้
ฟาร์มข้ามคืน (Auto-Combat) และทำเควสรายวัน

เมื่อคุณทำเควสหลักจนตัน และลงดันเจี้ยนจนครบโควตาของวันแล้ว การจะขยับเลเวลให้ขึ้นต่อไปได้คือการ “ตีมอนสเตอร์อัตโนมัติ (Auto-Combat/AFK Farming)” ตามแผนที่ปกติการในเกมนี้ผู้เล่นจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม โดยเฉพาะการซื้อน้ำยาฟื้นฟู (Potions) ตุนไว้ในกระเป๋า แต่ต้องระวังเรื่อง “ขีดจำกัดน้ำหนัก (Weight Limit)” ด้วย หากกระเป๋าหนักเกินไป ตัวละครจะไม่สามารถเก็บไอเทม หรืออาจเกิดปัญหาในการฟื้นฟูเลือดได้
นอกจากนี้ เกมยังมีระบบ เควสรายวัน (Daily Quests / Missions) ซึ่งตัวเกมจะมอบภารกิจให้ทำ (เช่น 5 เควสต่อวัน) เมื่อทำสำเร็จจะได้รับหีบของรางวัลและค่าประสบการณ์ (EXP) ตามระดับแรงก์ของเควส ซึ่งผู้เล่นสามารถกด “รีเฟรช (Refresh)” เพื่อสุ่มหาเควสที่ให้ของรางวัลหรือ EXP ที่คุ้มค่าที่สุดก่อนกดรับทำภารกิจได้
ทางเลือกสำหรับสายฟาร์มการใช้ระบบ Cloud Phone ช่วยบอท 24 ชม.
สำหรับเกมเมอร์วัยทำงาน หรือผู้เล่นที่ไม่มีเวลาว่างมานั่งเฝ้าหน้าจอคอมพิวเตอร์ การปล่อยบอทออโต้ทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมงคือหนทางเดียวที่จะทำให้เลเวลตัวละครเกาะกลุ่มนำหน้าไปได้แต่การเปิดสมาร์ตโฟนหรือเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ข้ามคืนอาจนำมาซึ่งปัญหาเรื่องแบตเตอรี่เสื่อม เครื่องร้อน หรือเปลืองค่าไฟ ผู้เล่นระดับฮาร์ดคอร์หลายคนจึงนิยมใช้งานเครื่องมือตัวช่วยประเภท Cloud Phone (เช่น แอปพลิเคชัน UG Phone ที่เป็นที่นิยมในหมู่เกมเมอร์)แอปพลิเคชันเหล่านี้ให้บริการเซิร์ฟเวอร์จำลองบนระบบ Cloud ที่เปรียบเสมือนคุณมีมือถืออีกเครื่องเปิดทำงานอยู่บนอินเทอร์เน็ต คุณสามารถล็อกอินเข้าเกม Cabal Red ตั้งค่าการโจมตีอัตโนมัติให้เรียบร้อย จากนั้นคุณสามารถ “ปิดเน็ต ปิดมือถือ หรือปิดคอมพิวเตอร์ของตัวเองไปได้เลย” ในขณะที่ตัวละครในเกมของคุณจะยังคงวิ่งฟาร์มมอนสเตอร์ เก็บ EXP และดรอปไอเทมยัดสมุด Collection อย่างต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน ถือเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้เหล่าท็อปเซิร์ฟเวอร์มีเลเวลที่พุ่งทะยานอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเหนื่อยเฝ้าจอ
บทสรุป
การจะก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นระดับท็อปใน Cabal Red นั้น ไม่ใช่แค่เรื่องของการเติมเงินเพียงอย่างเดียว แต่คือ “การจัดสรรเวลาและการใช้ตัวช่วยให้เกิดประโยชน์สูงสุด”เริ่มจากการดัน เควสหลัก ให้ไกลที่สุดเท่าที่พลัง CP จะสู้ไหว จากนั้นลง ดันเจี้ยนรายวัน ให้ครบโควตา (Lake in Dusk, Ruina Station) และที่ขาดไม่ได้เลยคือการหา “สัตว์เลี้ยง (Pet)” ระดับสีฟ้าขึ้นไปมาสวมใส่เพื่อรับโบนัส Hunting EXP Rate สูงสุด เมื่อจบกิจวัตรประจำวัน ก็ถึงเวลาของการ “ฟาร์มข้ามคืน” ในแผนที่ที่มีมอนสเตอร์หนาแน่น
เตรียมตัวของคุณให้พร้อม วางแผนการฟาร์มให้ดี และขอให้สนุกกับการปั้นตัวละครในทวีป Nevareth
คำถามที่พบบ่อย
เก็บเลเวลใน Cabal Red ยังไงให้ไวที่สุด
ช่วงต้นเกมควรเน้นเดิน เควสหลัก (Main Quest) ให้ไกลที่สุดก่อน เพราะเป็นแหล่ง EXP หลักและยังช่วยปลดล็อกระบบสำคัญของตัวละคร
ทำไม Main Quest ถึงสำคัญใน Cabal Red
เพราะ Main Quest ไม่ได้ให้แค่ EXP เยอะ แต่ยังช่วยปลดล็อกระบบอย่าง Rank Up, Combo และ Battle Mode ที่ทำให้การฟาร์มมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ช่วงต้นเกม Cabal Red ควรฟาร์มแผนที่ไหน
จากเนื้อหานี้ แผนที่หลักที่เกี่ยวข้องกับการเก็บเลเวลช่วงต้นถึงกลางเกมคือ Bloody Ice, Crimson และ Ruina City ซึ่งควรเลือกจุดที่มอนสเตอร์เกิดรวมกันเยอะเพื่อฟาร์มได้คุ้มกว่า
ดันเจี้ยนช่วยเก็บเลเวลใน Cabal Red ได้ไหม
ช่วยได้มาก เพราะดันเจี้ยนเป็นแหล่งทั้ง EXP, หินตีบวก และวัตถุดิบสำคัญ โดยเฉพาะ Solo Dungeon และ Party Dungeon
Pet สำคัญกับการเก็บเลเวล Cabal Red แค่ไหน
สำคัญมาก เพราะ Pet ในเกมนี้ให้โบนัส Hunting EXP Rate โดยตรง ยิ่งระดับสูงก็ยิ่งช่วยเร่งการอัปเลเวลได้ชัดเจน


บทความนี้เขียนโดย
Piroro
ผมคือ Piroro (พิโรโร่) — คนเล่น Cabal Red ตัวจริงที่ชอบความรู้สึกตอนค่อย ๆ ปั้นตัวละครให้เก่งขึ้น เล่นเอง ลองเองแทบทุกระบบ ตั้งแต่อัปสเตตัสและสกิล ดัน CP ฟาร์มเก็บเลเวล ไปจนถึงตีบวกอุปกรณ์ รูน เจ็ม เลยติดนิสัยจดรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้เล่นลื่นขึ้น แล้วเอามาเล่าไว้ที่นี่ เผื่อช่วยให้เพื่อน ๆ เริ่มและไปต่อใน Cabal Red ได้สนุกขึ้นเหมือนกัน