ระบบ Dungeon คือหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งของซีรีส์ Cabal มาตั้งแต่ยุค Cabal Online และใน Cabal Red ทีมพัฒนาได้ยกเครื่องระบบนี้ครั้งใหญ่ให้เข้ากับยุคเกมออนไลน์แบบ Cross Platform ที่เล่นได้ทั้งบนมือถือและคอมพิวเตอร์ โดยพยายามรักษาเสน่ห์เดิมของการลงดันสู้บอส ลุ้นกล่องแรร์ เอาไว้ให้ได้มากที่สุด
ผู้เล่นที่เคยชินกับการวิ่งหาแผนที่ บัตรลงดัน และการสแปมลงดันทั้งวัน อาจต้องปรับตัวเล็กน้อย เพราะ Cabal Red เปลี่ยนไปใช้แนวคิดใหม่เรื่องจำนวนรอบต่อวัน การจำกัดค่าพลังต่อสู้ และการออกแบบดันเจี้ยนหลายประเภทให้ตอบโจทย์ทั้งสายฟรีและสายเติมในระยะยาว
บทความนี้จะพาไปรู้จักระบบดันเจี้ยนของ Cabal Red แบบครบทุกมุม ตั้งแต่ประเภทดัน ระบบจำกัดรอบต่อวัน ไปจนถึงการวางลำดับฟาร์มให้คุ้มที่สุด ใครที่ยังไม่แน่ใจว่ามือใหม่ควรลงดันไหนก่อน จะได้เห็นภาพชัดขึ้นว่าควรโฟกัสตรงไหนเพื่อให้ตัวละครโตเร็วโดยไม่เสียรอบฟรีรายวันไปเปล่า ๆ

Table of Contents
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่: หมดยุคการหา บัตรเข้าดันเจี้ยน (No More Entry Items)
สิ่งแรกที่ผู้เล่นเก่าต้องลบภาพจำเดิมทิ้งไปให้หมดคือ รูปแบบการเข้าดันเจี้ยนใน Cabal Red จะไม่มีระบบ บัตรลงดัน หรือ Entry Items อีกต่อไป ในอดีต ผู้เล่นอาจจะคุ้นเคยกับการต้องไปเดินฟาร์มมอนสเตอร์ตามแผนที่ต่างๆ เพื่อให้ดรอปไอเทมอย่าง Map Part, Epaulet of the Dead หรือ Muster Card เพื่อนำมาเป็นใบผ่านทางเข้าดันเจี้ยน และสามารถลงวนซ้ำได้เรื่อยๆ ตราบใดที่มีบัตร
แต่สำหรับ Cabal Red ระบบได้ถูกปรับเปลี่ยนไปใช้รูปแบบ การจำกัดโควตารอบลงต่อวัน (Daily Entry Limits) ตามสไตล์เกมเกาหลีพิมพ์นิยมยุคใหม่แทน ซึ่งระบบนี้มีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกันไป
ข้อดี
- ผู้เล่นไม่ต้องเสียเวลาไปล่าบัตรตามแผนที่
- ไม่ต้องเสียเงินในเกมไปซื้อบัตรจากตลาดกลาง
- ทุกคนมีสิทธิลงดันระดับเดียวกันในจำนวนรอบต่อวันที่เท่ากัน
ข้อจำกัด
- ไม่สามารถนั่งฟาร์มดันทั้งวันแบบเดิม
- ถ้าวันไหนไม่ได้เข้าเกมหรือไม่ได้ใช้จำนวนรอบในวันนั้น สิทธิจะหายไปและไม่ถูกสะสม
- ต้องคิดมากขึ้นว่าจะใช้สิทธิลงดันที่มีอยู่ไปกับดันไหนก่อนหลัง
ประเภทของดันเจี้ยนใน Cabal Red และความคุ้มค่า
จากข้อมูลในช่วงทดสอบระบบระบบดันเจี้ยนใน Cabal Red จะถูกแบ่งออกเป็นหมวดหมู่หลักๆ ตามรูปแบบการเล่นและของรางวัลที่ได้รับ เพื่อให้ผู้เล่นสามารถเลือกฟาร์มทรัพยากรที่ตนเองขาดแคลนได้อย่างตรงจุด โดยแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ดังนี้
Solo Dungeon (ดันเจี้ยนเดี่ยว) – แหล่งฟาร์ม หินตีบวก ขุมทรัพย์ของผู้เล่นทุกคน
ดันเจี้ยนเดี่ยว หรือ Solo Dungeon เป็นคอนเทนต์บังคับที่ผู้เล่นทุกคน ต้องลงทุกวัน ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด
รูปแบบการเล่น: เป็นการลงดันเจี้ยนแบบตะลุยเดี่ยว เคลียร์มอนสเตอร์ไปตามสเตจต่างๆ จนกว่าจะปราบบอสสำเร็จ
โควตาการลง: สามารถลงได้สูงสุด 10 ครั้งต่อวัน
ของรางวัลหลัก: ดันเจี้ยนนี้คือแหล่งผลิต หินตีบวก (Upgrade Cores) ที่สำคัญที่สุดในเกม ซึ่งหินตีบวกในภาคนี้จะถูกแบ่งประเภทตามการใช้งานอย่างชัดเจน เช่น หินสีแดง (Red Core) ใช้สำหรับอัปเกรดอาวุธ, หินสีฟ้า (Blue Core) ใช้สำหรับอัปเกรดชุดป้องกัน (เสื้อ, หมวก, ถุงมือ, รองเท้า) และหินสีเขียว (Green Core) ใช้สำหรับอัปเกรดเครื่องประดับต่างๆ
ความสำคัญ: เนื่องจากเรทการตีบวกใน Cabal Red ค่อนข้างต่ำและมีความเสี่ยงที่อุปกรณ์จะเสียหาย (แตก) เมื่อตีบวกในระดับสูง (เช่น อาวุธ +4 ไป +5 มีโอกาสสำเร็จเพียง 51%) การสะสมหินตีบวกจำนวนมากจาก Solo Dungeon จึงเป็นปัจจัยหลักในการดันค่าพลังต่อสู้ (CP) ของตัวละคร
Party Dungeon (ดันเจี้ยนปาร์ตี้) – ปลุกตำนาน Lake in Dusk และ Ruina Station
นี่คือดันเจี้ยนที่คงกลิ่นอายของ Cabal ดั้งเดิมเอาไว้มากที่สุด และเป็นเป้าหมายหลักของผู้เล่นที่ต้องการอุปกรณ์ระดับท็อปเทียร์
การรวมทีม: ดันเจี้ยนนี้อนุญาตให้ผู้เล่นรวมทีมเป็นปาร์ตี้ได้สูงสุด 4 คน
แผนที่ในตำนาน: ผู้เล่นจะได้พบกับแผนที่ดันเจี้ยนที่คุ้นเคยซึ่งถูกนำมารีมาสเตอร์กราฟิกใหม่ให้สวยงามและคมชัดขึ้น เช่น Lake in Dusk (ดันเจี้ยนแมลง หรือ แผนที่รังมด) และ Ruina Station (ดันสถานีรถไฟ หรือ ดันวัว)
โควตาการลง: สามารถลงได้จำกัดเพียง 5 ครั้งต่อวัน เท่านั้น
เงื่อนไขสุดหิน: การจะเข้าดันเจี้ยนปาร์ตี้ได้ ตัวละครของคุณจะต้องมีค่าพลังต่อสู้ (Combat Power – CP) ถึงเกณฑ์ที่ระบบกำหนดไว้ ไม่สามารถให้ผู้เล่นเลเวลสูงแบกผู้เล่นที่ CP ไม่ถึงเข้าไปได้ เช่น ดันเจี้ยน Ruina Station อาจต้องการค่า CP สูงถึง 20,000 จึงจะสามารถกดเข้าดันเจี้ยนได้
ของรางวัลหลัก: นี่คือแหล่งดรอปอุปกรณ์สวมใส่ (Equipment), วัตถุดิบในการคราฟต์ไอเทมขั้นสูง (Crafting Materials) และมีโอกาสดรอป กล่องตำนาน (Legendary Box) ที่เป็นเป้าหมายสูงสุดของสายฟาร์ม
Abyss (อะบิส / ดันเจี้ยนห้วงลึก) – สมรภูมิฟาร์มทองและจุดพักใจของสายบอท
แม้ชื่อจะดูน่ากลัว แต่ Abyss กลับเป็นสถานที่ที่ผู้เล่นหลายคนชื่นชอบมากที่สุดในเรื่องของการฟาร์มเงิน
รูปแบบการเล่น: แตกต่างจากดันเจี้ยนทั่วไปที่เป็นแบบห้องส่วนตัว (Instance) ระบบ Abyss จะเป็นลักษณะ Open Field Dungeon หรือดันเจี้ยนแบบเปิดที่ผู้เล่นหลายคนสามารถเข้าไปฟาร์มมอนสเตอร์ร่วมกันได้ในแผนที่ขนาดใหญ่
ความพิเศษ: พื้นที่ส่วนใหญ่ใน Abyss ถูกกำหนดให้เป็น เซฟโซน (Safe Zone) หมายความว่าผู้เล่นไม่สามารถทำ PK หรือฆ่ากันเองในดันเจี้ยนนี้ได้ ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเปิดระบบ Auto-Play ทิ้งไว้เพื่อฟาร์มของโดยไม่ต้องกังวลว่าจะโดนผู้เล่นอื่นลอบโจมตี
ของรางวัลหลัก: เน้นการฟาร์มเงินในเกม (Alz) และเหรียญโบราณ (Ancient Coins / Ancient Fragments) ที่ใช้สำหรับนำไปแลกเปลี่ยนเป็นไอเทมพิเศษ หรือกล่องสุ่มสกิลบุ๊กในร้านค้า
Guild Dungeon (ดันเจี้ยนกิลด์)
เป็นอีกหนึ่งระบบที่ถูกเพิ่มเข้ามาเพื่อให้ผู้เล่นที่มีสังกัดกิลด์ได้มีคอนเทนต์ทำร่วมกัน อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลในช่วงทดสอบ (CBT) ผู้เล่นหลายคนพบความประหลาดใจว่า ตัวดันเจี้ยนกิลด์ในช่วงทดสอบนั้น กลับเป็นดันเจี้ยนที่ต้อง ลงคนเดียว (Solo) ซึ่งอาจจะเป็นการออกแบบเพื่อให้สมาชิกกิลด์แต่ละคนเข้าไปทำแต้มเพื่อนำมาสะสมเป็นคะแนนรวมของกิลด์ หรืออาจจะมีการปรับปรุงแก้ไขให้เป็นรูปแบบการสู้บอสแบบปาร์ตี้กิลด์ในอนาคตเมื่อเกมเปิดให้บริการจริง

เจาะลึกความสำคัญของค่าพลังต่อสู้ (Combat Power – CP) ตัวแปรชี้วัดความเก่ง
ใน Cabal Red ระบบไม่ได้วัดความพร้อมในการลงดันเจี้ยนจาก เลเวล (Level) เพียงอย่างเดียว แต่จะอิงจากค่า Combat Power (CP) เป็นหลัก การมีเลเวลสูงแต่สวมใส่อุปกรณ์ระดับต่ำ จะไม่ช่วยให้คุณปลดล็อกดันเจี้ยนปาร์ตี้ระดับสูงได้เลย
วิธีดันค่า CP เพื่อให้พร้อมสำหรับดันเจี้ยนระดับสูง:
การตีบวกอุปกรณ์: แม้ระบบตีบวกจะมีความเสี่ยงเมื่อพ้นระยะ Safe Zone (+3 หรือ +4) แต่การตีบวกคือการเพิ่มค่าสเตตัสพื้นฐานและค่า CP ที่เห็นผลชัดเจนที่สุด หากของแหกหรือติดสถานะแดง ผู้เล่นสามารถใช้ไอเทมมาซ่อมแซมได้โดยที่อาวุธไม่หายไปไหน
ระบบสมุดสะสม (Item Collection): อย่ามองข้ามไอเทมขยะที่ดรอปจากดันเจี้ยน การนำไอเทมต่างๆ ไปลงทะเบียนในสมุดสะสม (Collection) จะช่วยเพิ่มค่าสเตตัสถาวร เช่น HP, พลังป้องกัน (Defense) และความแม่นยำ (Accuracy) ซึ่งจะดันค่า CP โดยรวมให้สูงขึ้นในระยะยาว
สะสมสัตว์ขี่ (Vehicle) และ ทหารรับจ้าง (Mercenary): ระบบกาชาในภาคนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว การสวมใส่สัตว์ขี่ระดับ Rare หรือ Epic จะมอบโบนัสสเตตัส ลดคูลดาวน์สกิล และเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ เช่นเดียวกับระบบทหารรับจ้าง (Mercenary) ที่มอบค่า Attack Speed ถาวรเมื่อสวมใส่ ซึ่งทุกอย่างล้วนถูกนำมาคำนวณเป็นค่า CP ทั้งสิ้น
กลยุทธ์การจัดตารางลงดันเจี้ยนประจำวัน (Daily Routine Strategy)
เพื่อให้ตัวละครของคุณพัฒนาได้อย่างรวดเร็วและไม่เสียเปรียบผู้เล่นคนอื่น นี่คือแนวทางการจัดลำดับความสำคัญในการลงดันเจี้ยนทุกๆ วันที่สายฟรีและสายเติมควรทำตาม:
Step 1: เคลียร์เควสหลักและเควสรายวัน (Main & Daily Quests) เริ่มต้นวันด้วยการปล่อยออโต้เควสเพื่อเก็บค่าประสบการณ์ (EXP) ให้ได้มากที่สุดก่อน
Step 2: จัดการ Solo Dungeon ให้ครบ 10 รอบ ไม่ต้องรอให้ถึงช่วงเย็น ให้รีบลงดันเจี้ยนเดี่ยวเพื่อฟาร์มหินตีบวกมาตุนไว้ทันที เพราะคุณจำเป็นต้องใช้มันอัปเกรดของเพื่อดัน CP ให้ถึงเกณฑ์ในการลงดันปาร์ตี้
Step 3: ปล่อยฟาร์มใน Abyss หากคุณมีเวลาที่ต้องทำงานหรือเรียน ให้พุ่งตัวเข้าไปในดันเจี้ยน Abyss ซึ่งเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) เพื่อปล่อยบอทฟาร์มเงิน Alz และเหรียญโบราณยาวๆ
Step 4: รวมทีมลุย Party Dungeon 5 รอบ ในช่วงหัวค่ำที่มีผู้เล่นออนไลน์เยอะ ให้ทำการหาปาร์ตี้ หรือจับกลุ่มกับเพื่อนในกิลด์ จัดทีมที่มีสายแทงค์ (Force Shielder), ดาเมจ (Warrior/Wizard), และตัวซัพพอร์ต (Force Archer) เพื่อตะลุยดันเจี้ยนปาร์ตี้อย่าง Lake in Dusk หรือ Ruina Station เพื่อลุ้นรับอุปกรณ์สวมใส่ระดับสูงไปทำกำไรในตลาดกลาง
สรุป มุมมองต่อระบบดันเจี้ยนแบบใหม่ใน Cabal Red
การเปลี่ยนผ่านจากเกม PC คลาสสิกมาสู่ระบบ Daily Entry Limits ในเกมเพลย์ยุคปัจจุบัน อาจทำให้แฟนเกม Cabal ดั้งเดิมรู้สึกขัดใจในช่วงแรกที่ต้องสูญเสียอิสระในการลงดันเจี้ยนแบบไม่จำกัดรอบ แต่อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนนี้ถือเป็นการ ปรับสมดุล (Balance) ชั้นยอด ที่ช่วยป้องกันปัญหาเงินเฟ้อจากการที่ผู้เล่นเปิดบอทลงดันเจี้ยนหาของตลอด 24 ชั่วโมง และเป็นการลดช่องว่างระหว่างผู้เล่นสายฟรีที่มีเวลาน้อย กับผู้เล่นสายฮาร์ดคอร์ให้สามารถเติบโตไปพร้อมๆ กันได้
Cabal Red ยังคงมอบกลิ่นอายของความสนุกในการต่อสู้กับบอส ผ่านระบบ Combo (คอมโบ) อันเป็นเอกลักษณ์ และการระเบิดพลัง Battle Mode เพื่อเผด็จศึกบอสในดันเจี้ยนปาร์ตี้ แม้ระบบกลไกการเข้าดันเจี้ยนจะเปลี่ยนไป แต่ความตื่นเต้นเมื่อได้เห็นกล่องสมบัติสีทองหล่นลงมาตรงหน้าหลังจากล้มบอสได้นั้น ยังคงเป็นเสน่ห์ที่เกมเมอร์ทุกคนจะได้รับอย่างเต็มเปี่ยมเช่นเคย
คำถามที่พบบ่อย
ลงดันเดี่ยวใน Cabal Red ได้วันละกี่รอบ และได้ของอะไรบ้าง
โดยทั่วไปดันเดี่ยวใน Cabal Red ให้สิทธิ์ลงวันละ 10 รอบ เป็นแหล่งหินตีบวกอุปกรณ์ประเภทต่าง ๆ ที่สำคัญมากต่อการดันค่าพลังต่อสู้และอัปเกรดของ
ดันปาร์ตี้ใน Cabal Red ต้องมีค่าพลังต่อสู้เท่าไรจึงจะเข้าได้
ดันปาร์ตี้ใน Cabal Red ใช้ค่าพลังต่อสู้เป็นเงื่อนไขในการเข้าร่วม แต่ละดันจะกำหนดค่าขั้นต่ำต่างกัน หาก CP ไม่ถึงจะไม่สามารถเข้าดันได้ แม้เลเวลจะสูงก็ตาม
Abyss ใน Cabal Red เหมาะใช้ฟาร์มอะไร
Abyss เป็นดันแบบสนามเปิดที่เน้นฟาร์มเงิน Alz และเหรียญพิเศษ เหมาะกับการเปิดระบบอัตโนมัติทิ้งไว้เพราะส่วนใหญ่เป็นโซนปลอดภัย ไม่สามารถ PK กันได้
สายฟรีควรจัดตารางลง Dungeon ใน Cabal Red อย่างไร
สายฟรีควรเริ่มจากเคลียร์เควสหลัก ลงดันเดี่ยวให้ครบสิบรอบ จากนั้นปล่อยฟาร์มใน Abyss และใช้เวลาช่วงคนออนไลน์เยอะเพื่อรวมทีมลงดันปาร์ตี้ให้ครบจำนวนรอบในแต่ละวัน
เล่นคนเดียวไม่มีกิลด์ จะยังสนุกกับ Dungeon ใน Cabal Red ได้ไหม
สามารถสนุกได้ เพราะ Cabal Red มีดันเดี่ยวและ Abyss ที่ออกแบบมาสำหรับสายโซโลและสายฟาร์มเป็นหลัก แต่ถ้าอยากเข้าดันปาร์ตี้ระดับสูงและดันกิลด์ การมีกิลด์และกลุ่มเพื่อนจะช่วยให้หาปาร์ตี้ง่ายขึ้นและเคลียร์ดันได้คุ้มค่ากว่า


บทความนี้เขียนโดย
Piroro
ผมคือ Piroro (พิโรโร่) — คนเล่น Cabal Red ตัวจริงที่ชอบความรู้สึกตอนค่อย ๆ ปั้นตัวละครให้เก่งขึ้น เล่นเอง ลองเองแทบทุกระบบ ตั้งแต่อัปสเตตัสและสกิล ดัน CP ฟาร์มเก็บเลเวล ไปจนถึงตีบวกอุปกรณ์ รูน เจ็ม เลยติดนิสัยจดรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้เล่นลื่นขึ้น แล้วเอามาเล่าไว้ที่นี่ เผื่อช่วยให้เพื่อน ๆ เริ่มและไปต่อใน Cabal Red ได้สนุกขึ้นเหมือนกัน