การกลับมาของแฟรนไชส์เกมแอ็กชัน MMORPG ระดับตำนานอย่าง Cabal Red ภายใต้การพัฒนาของสตูดิโอ ESTgames ต้นตำรับ ได้สร้างความตื่นเต้นให้กับเกมเมอร์อย่างมาก โดยในเวอร์ชันนี้ตัวเกมถูกออกแบบมาให้เป็นเกมแนว Cross-platform ที่สามารถเล่นได้ทั้งบนโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ (PC Native Client) ทำให้มีความลื่นไหลสูง
แม้ภาพรวมของเกมจะปรับเปลี่ยนโครงสร้างไปสู่ความเป็นเกมแนว “เกาหลีพิมพ์นิยม (Korean MMO Style)” ที่เน้นการปล่อยบอทฟาร์มอัตโนมัติ
แต่ตัวเกมก็ยังคงสอดแทรกระบบอันเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของ Cabal Online เอาไว้อย่างครบถ้วน พร้อมกับเพิ่มระบบใหม่ๆ ที่น่าสนใจเข้ามามากมาย บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกระบบเกม Cabal Red ที่โดดเด่นและควรรู้ก่อนเล่น โดยเฉพาะระบบที่เกี่ยวกับการฟาร์มและการลงดันเจี้ยน ซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาตัวละครในยุคนี้ เพื่อให้คุณเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่เริ่ม
Table of Contents
ระบบคอมโบ (Combo System) จุดขายที่แท้จริงของ Cabal
หากพูดถึง Cabal สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ “ระบบคอมโบ” ซึ่งใน Cabal Red ระบบนี้ยังคงอยู่และเป็นกุญแจสำคัญในการรีดดาเมจขั้นสุดยอด แต่มีการปรับรูปแบบให้เข้ากับการเล่นในยุคใหม่
รัวสกิลข้ามแอนิเมชัน (Animation Canceling): เมื่อกดใช้งานคอมโบ (ผ่านการกดปุ่มสเปซบาร์ หรือปุ่ม F ใน PC) ตัวละครจะทำการสาดสกิลอย่างรวดเร็วโดยตัดแอนิเมชันความล่าช้าออกไป ทำให้สามารถเคลียร์มอนสเตอร์หรือทำดาเมจใส่ผู้เล่นอื่นได้อย่างมหาศาลและรวดเร็วกว่าการปล่อยออโต้ปกติหลายเท่า
การโจมตีธรรมดาร่วมในคอมโบ: หากสกิลหลักของคุณติดคูลดาวน์ (Cooldown) ตัวระบบจะดึงเอาการโจมตีธรรมดามาแทรกในจังหวะคอมโบให้โดยอัตโนมัติ ทำให้คอมโบไม่หลุดและทำจังหวะต่อเนื่องไปได้เรื่อยๆ
ข้อจำกัดที่ท้าทาย: ระบบคอมโบในภาคนี้มีขีดจำกัดคือ เมื่อกดใช้งานจะสามารถคอมโบต่อเนื่องได้เพียงประมาณ 20-30 วินาทีเท่านั้น และเมื่อคอมโบจบลง (หรือกดพลาดจนหลุด) จะต้องติดคูลดาวน์ยาวนานถึง 60 วินาที (1 นาที)
ทำให้ผู้เล่นต้องบริหารจังหวะการกดคอมโบให้ดี โดยเฉพาะในจังหวะชี้ชะตา นอกจากนี้การกดคอมโบในภาคนี้ยังมีโอกาสโจมตีพลาด (Miss) ได้ ไม่ได้การันตีโดน 100% เหมือนในอดีต
ระบบแปลงร่าง (Battle Mode) ระเบิดพลังขีดสุด
อีกหนึ่งระบบคลาสสิกที่แฟนเกมรอคอย เมื่อคุณทำเควสหลักและอัปเกรด “ยศ (Rank)” ของตัวละครผ่านระดับ Beginner, Apprentice ไปจนถึงระดับ Regular คุณจะปลดล็อกระบบ Battle Mode ได้สำเร็จ
เปลี่ยนรูปลักษณ์และสกิล: เมื่อกดแปลงร่าง อาวุธประจำตัวของคุณจะเปลี่ยนรูปแบบไปอย่างสิ้นเชิง (เช่น จากการถือดาบเวท กลายเป็นถือเคียวมัจจุราช) พร้อมทั้งปลดล็อกชุดสกิลชุดใหม่ที่ทรงพลังและมีรัศมีการโจมตีที่กว้างขึ้น
ใช้งานร่วมกับ Combo ได้: ผู้เล่นสามารถกดแปลงร่าง Battle Mode และกดคอมโบไปพร้อมๆ กันได้ ซึ่งจะทำให้ตัวละครอยู่ในจุดสูงสุดของพลังโจมตี
คูลดาวน์มหาโหด: แลกมากับความโกง Battle Mode จะอยู่ได้ในระยะเวลาจำกัด และมีคูลดาวน์ที่ยาวนานถึง 180 วินาที (3 นาที) จึงต้องเก็บไว้เป็นไพ่ตายในการล้มบอสหรือชนกับกิลด์อริ
ระบบกาชาปอง 3 สหาย: ทหารรับจ้าง, สัตว์เลี้ยง และยานพาหนะ
ตัวเกมได้นำเอาระบบสุ่ม (Gacha) เข้ามาเป็นกลไกหลักในการเพิ่มค่าสเตตัส (Stats) ให้กับตัวละคร ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ได้แก่:
ระบบทหารรับจ้าง (Mercenary)
นี่ไม่ใช่การเปลี่ยนอาชีพ แต่คือการสุ่มหา NPC (เช่น หยวน) มาเป็นผู้ช่วยส่วนตัว โดยการสวมใส่การ์ดทหารรับจ้างจะแบ่งเป็นระดับความหายากตั้งแต่ Normal ไปจนถึง Legendary (สีทอง)
สเตตัสถาวร: เมื่อสวมใส่ Mercenary คุณจะได้รับบัฟสเตตัสแบบถาวร โดยเฉพาะ ความเร็วในการโจมตี (Attack Speed) และความเร็วในการร่ายเวท (Cast Speed) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความต่อเนื่องในการสาดสกิล
ซัมมอนมาช่วยสู้: ตัวละคร Mercenary สามารถถูกเรียก (Summon) ออกมาช่วยโจมตีในสนามรบได้ โดยจะอยู่ช่วยสู้ประมาณ 30-60 วินาทีตามระดับของความหายาก และมีคูลดาวน์การเรียกที่ 3 นาที
ระบบสัตว์เลี้ยง (Pet)
สัตว์เลี้ยงไม่ได้มีไว้เพื่อความน่ารักเพียงอย่างเดียว แต่เป็นกุญแจสำคัญสำหรับคนอยากเลเวลอัปไว สัตว์เลี้ยงจะมอบสเตตัสหลักคือ “Hunting EXP Rate (อัตราการได้รับค่าประสบการณ์)”
สัตว์เลี้ยงระดับ Rare (สีฟ้า) จะช่วยเพิ่ม EXP ได้ประมาณ 30%
ระดับ Epic (สีม่วง) จะเพิ่ม EXP ให้ทะลุ 70% และหากเป็นระดับ Legendary (สีทอง) จะเพิ่มให้มากกว่า 100% ขึ้นไป ทำให้การเก็บเลเวลต่างจากคนไม่มีสัตว์เลี้ยงอย่างชัดเจน
ระบบยานพาหนะ (Vehicle)
จากเดิมที่มีเพียงมอเตอร์ไซค์ (Astral Bike) ภาคนี้ได้เพิ่มสัตว์ขี่สไตล์แฟนตาซีเข้ามาด้วย เช่น สิงโต หรือหมาป่า
ยานพาหนะจะช่วยเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ตั้งแต่ 60% ไปจนถึง 200% ในระดับ Legendary (ซึ่งในระดับนี้จะมีมอเตอร์ไซค์สุดเท่ให้ขับ)
นอกจากความเร็วแล้ว สัตว์ขี่ยังมอบโบนัสสเตตัสประเภท พลังป้องกัน (Defense), ลดคูลดาวน์สกิล และอัตราการหลบหลีก (Evasion) อีกด้วย
ระบบการอัปเกรดแฝง Item Collection และ Relic
เพื่อจัดการกับปัญหา “ขยะล้นกระเป๋า” ตัวเกมได้ออกแบบระบบให้ไอเทมระดับต่ำทุกชิ้นมีมูลค่าเสมอ:
ระบบสมุดสะสม (Item Collection): เมื่อคุณได้รับไอเทมระดับล่าง (สีขาว/สีเขียว) คุณสามารถนำไปลงทะเบียนในสมุดสะสม เมื่อสะสมครบตามเซตที่เกมกำหนด ตัวละครจะได้รับสเตตัสถาวร เช่น พลังป้องกัน, ความแม่นยำ และการหลบหลีก (ข้อควรระวัง: ไอเทมที่ถูกลงทะเบียนจะถูกทำลายทิ้งทันที)
ระบบสกัดพลัง (Force Energy / Relic): หากสมุดเต็มแล้ว ไอเทมที่เหลือสามารถนำมา “สกัด (Extract)” เพื่อเปลี่ยนเป็นแต้ม Force Points จากนั้นนำแต้มเหล่านี้ไปใช้อัปเกรดระดับของวัตถุดิบโบราณ (Relic) เพื่อรับโบนัสสเตตัสเพิ่มเติมได้อีกต่อหนึ่ง ถือเป็นระบบเบิร์นไอเทมที่คุ้มค่ามาก
ระบบตลาดกลาง (Marketplace) อิสระการค้าขาย
สำหรับสายฟรีและสายฟาร์ม Cabal Red มีระบบตลาดกลางที่อนุญาตให้ผู้เล่นตั้งขายไอเทมที่ดรอปมาเพื่อแลกเปลี่ยนเป็น Force Gem (เพชรม่วง) ซึ่งเป็นสกุลเงินพรีเมียมของเกมได้อย่างอิสระ
เพดานราคา: ตั้งราคาขายได้อิสระสูงสุดถึง 99 ล้านเพชรต่อ 1 ชิ้นไอเทม
ภาษีการตั้งขาย (Listing Fee): ระบบฉลาดมากในการดึงเงินในเกม (Alz) ออกจากระบบ โดยเมื่อคุณตั้งขายของด้วยเพชร คุณจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการตั้งขายเป็นเงิน Alz ในอัตรา 20 เท่าของราคาเพชรที่คุณตั้ง (เช่น ขาย 10 เพชร เสียค่าตั้ง 200 Alz)
ภาษีเมื่อขายออก: หากไอเทมขายออก ระบบจะหักภาษีความสำเร็จ 5% จากยอด Force Gem ที่คุณได้รับ
ดันเจี้ยนยุคใหม่ (Dungeons) ไม่ต้องง้อบัตรเข้า
ทิ้งภาพจำการหาดรอปแผนที่ Map Part ไปได้เลย ดันเจี้ยนในยุคนี้ถูกปรับให้เข้าถึงง่ายขึ้นและจำกัดโควตาการลงต่อวัน
Solo Dungeon: ดันเจี้ยนลุยเดี่ยว สามารถลงได้ 10 ครั้งต่อวัน เป็นแหล่งฟาร์มชั้นดีสำหรับการหา “หินตีบวก (Upgrade Cores)”
Party Dungeon: ดันเจี้ยนคลาสสิกที่กลับมาในรูปแบบปาร์ตี้สูงสุด 4 คน เช่น ดันเจี้ยน Lake in Dusk หรือ ดันเจี้ยนวัว (Ruina Station) ลงได้ 5 ครั้งต่อวัน เพื่อหาวัตถุดิบและไอเทมระดับสูง
Abyss Dungeon (ดันทอง): เป็นดันเจี้ยนเขตปลอดภัย (Safe Zone) ที่อนุญาตให้ผู้เล่นเข้ามาปล่อยบอทฟาร์มหาเงิน Alz และหาไอเทมขยะได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องกลัวโดนลอบสังหาร
ระบบสงคราม PK และการตั้งค่าหัว (Buddy Hunter)
แม้ช่วงทดสอบจะยังไม่เห็นระบบสงครามประเทศ (Nation War) แต่ความขัดแย้งในเกมจะถูกขับเคลื่อนด้วยระบบกิลด์และการทำ PK (Player Killer) ในแผนที่ปกติ
เปิดหัวแดง PK: ผู้เล่นสามารถสลับโหมดเพื่อโจมตีผู้เล่นอื่นนอกเขตปลอดภัยได้ แต่หากคุณถูกผู้เล่นอื่นสังหาร ตัวละครของคุณจะติดบทลงโทษ (Death Penalty / Debuff) ซึ่งต้องกลับไปให้ NPC Healer ในเมืองช่วยฟื้นฟูสถานะ โดยสามารถทำได้ฟรีเพียง 3 ครั้งต่อวัน
ระบบล่าค่าหัว (Buddy Hunter): หากคุณถูกใครลอบสังหารและแค้นฝังใจ คุณสามารถจ่ายเพชร Force Gem (เช่น 40 เพชร) เพื่อ “ตั้งค่าหัว” ผู้เล่นคนนั้นได้ ประกาศค่าหัวจะถูกส่งไปยังนักล่าทั้งเซิร์ฟเวอร์ ใครก็ตามที่สามารถตามไปสังหารเป้าหมายได้สำเร็จ ก็จะได้รับเพชรม่วงจำนวนนั้นไปเป็นของรางวัลทันที! ถือเป็นระบบที่สร้างความปั่นป่วนและสงครามขนาดย่อมได้ตลอดเวลา
ระบบการอัปเกรด (ตีบวก) และไอเทมติดแดง
การตีบวกยังคงใช้ หินแดง (ตีอาวุธ), หินฟ้า (ตีชุดเกราะ) และหินเขียว (ตีประดับ) เหมือนเดิม
แต่มีการกำหนดจุด Safe Zone อย่างชัดเจน:
ชุดเกราะ ตีบวกปลอดภัยที่ +3
อาวุธ ตีบวกปลอดภัยที่ +4
เครื่องประดับ ปลอดภัยที่ +1 เท่านั้น
เมื่อตีบวกพลาด: ไอเทมของคุณจะไม่สูญหาย ไม่แตกสลาย และสเตตัส CP ไม่ลดลงแต่อย่างใด แต่ไอเทมชิ้นนั้นจะติดสถานะ ตัวแดง (Damage Possible / ชำรุด) ทำให้ไม่สามารถนำไปอัปเกรดต่อได้ วิธีแก้ไขคือคุณต้องนำ “ไอเทมประเภทเดียวกัน หรือระดับตีบวกสูงกว่า” มาใช้เป็นวัตถุดิบในการซ่อมแซมให้ไอเทมหลักกลับมาเป็นปกติ
ฟีเจอร์อำนวยความสะดวก ร้านค้าทางไกล (Remote Shop)
สำหรับผู้เล่นสายเปย์ที่ไม่อยากเสียเวลาวิ่งกลับเมือง ใน Cash Shop มีไอเทมประเภทหุ่นยนต์อำนวยความสะดวก (Remote Function) ขายในราคา 800 Force Gem (ระยะเวลา 7 วัน)
ความสามารถของหุ่นยนต์ตัวนี้คือ เมื่อกดเรียกใช้งาน คุณจะสามารถเข้าถึง ร้านค้าเพื่อซื้อยา Potion, เปิดคลังเก็บของ (Storage) และกดฟื้นฟูสถานะ (Recover) จากโทษการตาย ได้ทันทีทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะอยู่ลึกแค่ไหนในดันเจี้ยน ช่วยให้ยึดจุดฟาร์มมอนสเตอร์ได้ยาวนานตลอด 24 ชั่วโมง
บทสรุป
Cabal Red ถือเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างการเป็นเกมมือถือยุคใหม่ที่เพียบพร้อมไปด้วยระบบ Auto-Combat, กาชาปอง และการดัน Combat Power (CP) เข้ากับมนต์ขลังของความคลาสสิกอย่างระบบ Combo และ Battle Mode
ตัวเกมมีกิจกรรมให้ทำมากมายตั้งแต่การฟาร์มหาไอเทมยัดสมุด Collection ไปจนถึงการลง Battlefield 3v3 และการล่าค่าหัว แม้เกมเมอร์ระดับฮาร์ดคอร์สาย PC อาจจะต้องปรับตัวกับระบบจำกัดเวลาและคูลดาวน์ของสกิลต่างๆ อยู่บ้าง แต่ในแง่ของเกม MMORPG บนแพลตฟอร์มมือถือ เกมนี้ก็มีจุดแข็งที่พร้อมจะดึงดูดผู้เล่นให้เข้าไปสัมผัสประสบการณ์แห่งทวีป Nevareth ในรูปแบบใหม่อย่างแน่นอน!
คำถามที่พบบ่อย
Cabal Red มีระบบอะไรเด่นที่สุด
ระบบเด่นของ Cabal Red คือ Combo, Battle Mode, ระบบกาชาอย่าง Mercenary และ Pet, Marketplace, Item Collection, Relic, PK และการตีบวกอุปกรณ์
Battle Mode ใน Cabal Red คืออะไร
Battle Mode คือระบบแปลงร่างที่ปลดล็อกเมื่อเลื่อนยศถึงระดับที่กำหนด โดยจะเปลี่ยนอาวุธ รูปแบบสกิล และเพิ่มพลังโจมตีอย่างมากในช่วงเวลาจำกัด
Mercenary ใน Cabal Red ช่วยอะไร
Mercenary ช่วยเพิ่มค่าสเตตัสถาวร เช่น ความเร็วโจมตีและความเร็วร่ายเวท อีกทั้งยังสามารถซัมมอนออกมาช่วยต่อสู้ได้ชั่วคราว
Cabal Red มีระบบ PK หรือไม่
มี ผู้เล่นสามารถเปิดโหมดโจมตีผู้เล่นอื่นนอกเขตปลอดภัยได้ และยังมีระบบตั้งค่าหัว Buddy Hunter สำหรับให้ผู้เล่นอื่นตามล่าเป้าหมายแทน
Cabal Red มีดันเจี้ยนแบบไหนบ้าง
มีทั้ง Solo Dungeon, Party Dungeon และ Abyss Dungeon ซึ่งแต่ละแบบให้ทรัพยากรและจุดประสงค์การเล่นต่างกัน เช่น ฟาร์มหินตีบวก วัตถุดิบ หรือปล่อยบอทใน Safe Zone

บทความนี้เขียนโดย
Piroro
ผมคือ Piroro (พิโรโร่) — คนเล่น Cabal Red ตัวจริงที่ชอบความรู้สึกตอนค่อย ๆ ปั้นตัวละครให้เก่งขึ้น เล่นเอง ลองเองแทบทุกระบบ ตั้งแต่อัปสเตตัสและสกิล ดัน CP ฟาร์มเก็บเลเวล ไปจนถึงตีบวกอุปกรณ์ รูน เจ็ม เลยติดนิสัยจดรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้เล่นลื่นขึ้น แล้วเอามาเล่าไว้ที่นี่ เผื่อช่วยให้เพื่อน ๆ เริ่มและไปต่อใน Cabal Red ได้สนุกขึ้นเหมือนกัน